หน้าหลัก » ข่าวมือถือใหม่ มือถือ มือถือ VIVO วีโว รีวิว มือถือ » รีวิว vivo V7+ จอไร้ขอบ FullView Display กล้องเซลฟี่ 24MP พร้อม Selfie Softlight flash มีชิปเสียง Hi-Fi และระบบจดจำใบหน้า

รีวิว vivo V7+ จอไร้ขอบ FullView Display กล้องเซลฟี่ 24MP พร้อม Selfie Softlight flash มีชิปเสียง Hi-Fi และระบบจดจำใบหน้า

โพสโดย : nan | วันที่ : 4 October 2017 |
หมวดหมู่ : ข่าวมือถือใหม่, มือถือ, มือถือ VIVO วีโว, รีวิว มือถือ

รีวิว vivo V7+ จอบิ๊กไซส์ไร้ขอบ FullView Display กล้องเซลฟี่ 24MP พร้อม Selfie Softlight flash มีชิปเสียง Hi-Fi และระบบจดจำใบหน้า

vivo V7+

สวัสดีเพื่อนๆ ผู้ติดตาม ninethaiphone ที่รักทุกท่านค่ะ สำหรับ vivo V7+ ก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศไทย ซึ่งเพื่อนๆ หลายคนอาจได้ชม Live สดหน้าเพจกันไปบ้างแล้ว โดยสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวชูจุดเด่นที่หน้าจอไร้ขอบแบบ FullView Display ขนาดกว้าง 5.99 นิ้ว อัตราส่วน 18:9 แต่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังจับเครื่องที่มีหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว เนื่องจากตัวเครื่องไม่ได้มีขนาดใหญ่ขึ้น ดีไซน์ตัวเครื่องจับกระชับมือ

กล้องหน้าเซลฟี่มีความละเอียดมากถึง 24 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.0 มีเซ็นเซอร์ภาพขนาดกว้าง 1/2.8 นิ้ว พร้อมคอนเซ็ปต์การถ่ายภาพแบบใหม่ “Clearer Selfie Perfect Shot” ที่จะทำให้ทุกภาพถ่ายเซลฟี่คมชัดมากยิ่งขึ้น เก็บรายละเอียดได้สูงมากยิ่งขึ้น และตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากที่สุด ขณะที่สเปคการใช้งานอื่นๆ จัดมาให้แบบเน้นๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมระบบโฟกัสแบบ PDAF

243

ซีพียู Snapdragon 450 แบบ Octa-Core แรม 4GB ความจุ 64GB รองรับ microSD Card ระบบเสียง Hi-Fi ชิปเซ็ต AK4376A มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ พร้อมระบบจดจำใบหน้า รองรับการใช้งาน2 ซิมการ์ดแบบ Triple Slot และอื่นๆ แบบครบเครื่อง โดย vivo V7+ มีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 11,990 บาท และในวันนี้เราได้ตัวเครื่อง vivo V7+ สีดำ Matte Black มารีวิวให้เพื่อนๆ ได้รับชมกัน พูดแล้วอย่ารอช้าเราไปติดตามกันเลยค่ะ

ข้อมูลสเปค vivo V7+

Features vivo V7+
วันเปิดตัว :  – กันยายน 2560
ราคา :  – 11,990.- (ณ วันที่ 4 ต.ค. 60)
ระบบปฏิบัติการ :  – Android 7.1 (Nougat) ครอบทับ  Funtouch OS 3.2
หน้าจอ :  – หน้าจอ IPS
 – ขนาด 5.99 นิ้ว
 – ความละเอียด 1440×720 พิกเซล
 – Corning Gorilla Glass 4
 – ขอบโค้ง 2.5D
 – Multitouch
CPU :  – Snapdragon 450 แบบ Octa-Core ความเร็ว 1.8GHz
GPU :  – Adreno 506
RAM :  – 4GB
ROM :  – 64GB
 – microSD Card สูงสุด 256GB
กล้องหลัง :  – 16 ล้านพิกเซล
 – ค่ารูรับแสง f2.0
 – LED flash
 – Portrait Bokeh
 – Ultra HD
 – Face Beauty
 – Group Selfie
 – PDAF
 – Panorama
กล้องหน้า :  – 24 ล้านพิกเซล
 – ค่ารูรับแสง f2.0
 – Selfie Softlight flash
 – Face Beauty
Video :  – 1080p@30fps
Battery :  – 3225 mAh
ขนาด :  – 155.87×75.74×7.7 มิลลิเมตร
น้ำหนัก :  – 160 กรัม
รองรับซิม :  – dual SIM
ระบบกันน้ำ :  –
ระบบเครือข่าย :  – 2G : GSM 850/900/1800/1900 MHz
 – 3G : WCDMA 850/900/2100 MHz
 – 4G LTE
ระบบเชื่อมต่อ :  – Wi-Fi 802.11 b/g/n/ac
 – Bluetooth 4.2
 – ระบบเสียง Hi-Fi ชิปเซ็ต AK4376A
 – USB 2.0
 – 3.5mm jack
 – FM radio
 – OTG
GPS :  – GPS
 – BeiDou
 – GLONASS
Sensor :  – Fingerprint
 – จดจำใบหน้า
 – E-compass
 – Accelerometer
 – Ambient Light
 – Proximity
สี :  – ดำ
 – ทอง

แกะกล่อง vivo V7+

DSCF6954

อุปกรณ์ต่างๆ ประกอบไปด้วย

– ตัวเครื่อง vivo V7+ สีดำ Matte Black
– หูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร
– คู่มือการใช้งาน ใบรับประกันตัวเครื่อง
– สาย USB
– Adapter ชาร์จแบตเตอรี่
– เข็มจิ้มถาดซิมการ์ด
– เคสกันรอยแบบใส
– ฟิล์มกันรอย (ติดให้เรียบร้อยแล้ว)

DSCF6948

สำหรับ Adapter ชาร์จแบตเตอรี่ของ vivo V7+ จะไม่รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว

ทำความรู้จัก vivo V7+

DSCF6894

ด้านหน้า vivo V7+ มาพร้อมหน้าจอไร้ขอบ FullView Display ขนาด 5.99 นิ้ว อัตราส่วน 18:9 ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังจับเครื่องที่มีหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว เนื่องจากตัวเครื่องไม่ได้มีขนาดใหญ่ขึ้น การออกแบบของ FullView Display ทำให้ขนาดตัวเครื่องมีความบางถึง 2.15 มิลลิเมตร ลดพื้นที่ด้านบนลง 47% และลดขนาดช่องว่างที่ด้านล่างลง 44% จึงทำให้สัดส่วนของหน้าจอของ vivo V7+ มีสัดส่วนถึง 84.4% ดูหนัง เล่นเกม ท่องอินเตอร์เน็ตได้แบบเพลินๆ ส่วนเรื่องความละเอียด HD+ หรือ 1440×720 พิกเซล ให้ความคมชัดดีไม่ติดขัดอะไรค่ะ

DSCF6885

ด้านหน้าส่วนบน ประกอบด้วย เลนส์กล้องเซลฟี่ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.0 ปฏิวัติทุกการถ่ายภาพเซลฟี่สวยใสเป็นธรรมชาติแม้ในที่แสงน้อย พร้อมรองรับโหมด Face Beauty เวอร์ชัน 7.0, ลำโพงฟังเสียงสนทนา, Selfie Softlight flash และ Light Sensor และ Proximity Sensor โดยกล้องหน้าของ V7+ รองรับ Portrait Mode หรือโหมดถ่ายภาพบุคคล ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น และมีไฟแจ้งเตือนอยู่ที่มุมซ้ายบน

DSCF6889

ด้านหน้าส่วนล่าง ประกอบไปด้วย ปุ่ม Recent Apps, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ แบบทัชสกรีนในหน้าจอทั้งหมด

DSCF6899

ด้านหลัง ถูกออกแบบมาอย่างเรียบง่าย มีเสารับสัญญาณรูปทรงโค้งตัวยูทั้งด้านบนและด้านล่าง รวมถึงมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานอย่างถนัดมือมากยิ่งขึ้น มีขนาดตัวเครื่อง 155.87×75.74×7.7 มิลลิเมตร น้ำหนักเบา 160 กรัม พกพาสะดวก โดยตัวเครื่องมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีทอง และสีดำ

DSCF6911

ด้านหลังส่วนบน ประกอบไปด้วย เลนส์กล้องความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.0 มีระบบโฟกัสแบบ PDAF พร้อม LED flash ถัดลงมาจะเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และโลโก้แบรนด์

DSCF6916

ด้านหลังส่วนล่าง พบข้อความลิขสิทธิ์สกรีนเอาไว้

DSCF6926

ด้านบนตัวเครื่อง พบแค่เพียงรูไมค์โครโฟนตัดเสียงรบกวน

DSCF6923

ด้านล่างตัวเครื่อง ประกอบไปด้วย ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, รูไมค์โครโฟนตัดเสียงรบกวน, พอร์ตเชื่อมต่อ micro USB และลำโพงเสียง Hi-Fi ชิปรุ่นพิเศษ AK4376A ได้เสียงที่มีคุณภาพ และไพเราะมากยิ่งขึ้น

DSCF6936

ด้านซ้ายตัวเครื่อง จะมีแค่เพียงช่องใส่ซิมการ์ด

DSCF6946

โดยจะรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด แบบ Triple Slot กล่าวคือใช้งาน SIM + SIM + microSD Card ได้ในถาดเดียว

DSCF6939

ด้านขวาตัวเครื่อง ประกอบไปด้วย ปุ่มพาวเวอร์เปิด-ปิดตัวเครื่อง และปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียง

การแคปภาพหน้าจอ กดค้างไปที่ปุ่มลดเสียง + ปุ่มพาวเวอร์

ทดสอบประสิทธิภาพ

Screenshot_25600927_223407

vivo V7+ ที่มาพร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 450 แบบ Octa-Core ความเร็ว 1.8GHz จีพียู Adreno 506 เข้าทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานผ่านแอปพลิเคชั่น AnTuTu เวอร์ชั่นล่าสุด พบว่าสามารถทำคะแนนรวมอยู่ที่ 58061 คะแนน ถือว่าค่อนข้างดีเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนระดับราคาเดียวกัน

1 4

ข้อมูลสเปคการใช้งานของ vivo V7+ ตามฐานข้อมูลของแอปฯ AnTuTu เวอร์ชั่นล่าสุด ระบุว่ามาพร้อมรหัสโมเดล vivo 1716 รันบนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.2 ชิปเซ็ต 8 Core หรือ Octa Core จีพียู Adreno 506 หน้าจอความละเอียด 1440×720 พิกเซล กล้องหลัง 15.9 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 23.8 ล้านพิกเซล เป็นต้น

Interface

หน้าจอ Lock screen ปลดล็อกตัวเครื่องด้วยการเลื่อนหน้าจอด้านล่างขึ้น หรือหากติดตั้งระบบจดจำใบหน้าแล้ว ก็สามารถสแกนใบหน้าปลดล็อคตัวเครื่องเพื่อใช้งานได้ทันที และมุมล่างขวาจะเป็นการเปิดใช้งานกล้องถ่ายรูปแบบฉับไว ขณะที่หน้า Home screen มีมาให้จำนวน 2 หน้า สามารถเพิ่มเติมได้ในภายหลัง แอปฯ ที่ติดตั้งมาให้จากโรงงานจัดวางอย่างเหมาะสมไม่รกตา

การเปลี่ยนย้ายตำแหน่งของแอปฯ บนหน้า Home screen ทำได้ด้วยการกดค้างไปที่หน้าจอหรือแอปฯ ที่ต้องการ จากนั้นก็จะเคลื่อนย้ายได้ตามสะดวก และหากต้องการลบแอปฯ ทิ้งให้กดไปที่รูปกากบาทมุมซ้ายบนของแอปฯ นั้นๆ เพื่อถอนการติดตั้งแอปฯ ค่ะ

เมื่อสไลด์หน้าจอด้านล่างขึ้นจะพบกับหน้า Quick settings สำหรับเปิด-ปิดการใช้งานเมนูอื่นๆ ที่เข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว

การโทรสนทนา และส่งข้อความปุ่มกดตัวใหญ่กำลังดีใช้งานสะดวก

เมนูการตั้งค่าการใช้งานภายในตัวเครื่อง

โหมดถนอมสายตา Bluelight Filter ที่ระบบจะทำการตัดแสงสีฟ้าของหน้าจอออกเป็นโทนเหลืองนวล สามารถปรับได้หลายช่วงตามความต้องการของผู้ใช้งาน และสามารถตั้งค่ากำหนดเวลาเริ่มหรือสิ้นสุดการใช้งานโหมดถนอมสายตาได้อีกด้วย

การตั้งค่าแถบแจ้งเตือนต่างๆ และการสำรองข้อมูลภายในตัวเครื่อง

vivo V7+ มาพร้อมโหมดพลังงานขั้นสูงที่จะรองรับแค่นาฬิกาปลุก, รายชื่อเบอร์โทร, โทรศัพท์สนทนา และข้อความเท่านั้น

หน้าแจ้งเตือนอัปเดทเป็น Android เวอร์ชั่นล่าสุด

ระบบจดจำใบหน้าเพื่อปลดล็อคการใช้งาน ช่วยยกระดับระบบความปลอดภัยของสมาร์ทโฟนให้ดียิ่งขึ้น เพียงแค่ยกโทรศัพท์ขึ้นคล้ายๆ กับกำลังถ่ายเซลฟี่ ก็สามารถปลดล็อคเครื่องได้อย่างรวดเร็ว  ง่าย และสะดวกสบายมากขึ้น

และนอกจาก vivo V7+ จะรองรับระบบจดจำใบหน้าแล้ว ยังรองรับสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่องอีกด้วย โดยสแกนลายนิ้วมือสามารถปลดล็อคเครื่องได้อย่างรวดเร็ว รองรับสูงสุด 5 ลายนิ้วมือ

26

vivo V7+ รองรับ Smart Split 3.0 ฟังก์ชั่นที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้แอปพลิเคชั่นได้หลายแอพฯ เช่น Facebook, WhatsApp, LINE, WeChat, YouTube ได้พร้อมกันในหน้าจอเดียว เพียงใช้ 3 นิ้ว ลากลงมาที่หน้าจอ ก็สามารถแบ่งการใช้งานออกเป็น 2 ส่วน ให้ผู้ใช้งานได้สนุกทั้งความบันเทิง และการแชทได้อย่างอิสระ

นอกจากนี้ยังรองรับ App Clone ฟังก์ชั่นใหม่ที่ช่วยให้สะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยสามารถเข้าใช้งานแอปพลิเคชันด้วยบัญชี 2 บัญชีพร้อมกันอย่างง่ายดายอีกด้วย

19

การทำงานของ Smart Split 3.0 หลังจากใช้ 3 นิ้ว ลากลงบนหน้าจอ

การใช้งานอัจฉริยะ เป็นการเปิดการใช้งานฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยไม่ต้องกดปุ่มใดๆ เพื่อปลุกหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็น SmartWake การวาดตัวอักษรที่กำหนดผ่านหน้าจอที่กำลังสลีป, ใช้งานโดยไม่สัมผัส, เปิด/ปิด หน้าจอแบบอัจฉริยะ, การโทรอัจฉริยะ, เขย่าเพื่อเปิดไฟฉาย, ซูมโดยการเอียงโทรศัพท์, การเตือนอัจฉริยะ และมีโหมดการใช้งานมือเดียวอีกด้วย

หากต้องการเปลี่ยนธีมหรือภาพพื้นหลังต่างๆ ก็เข้าไปดาวน์โหลดได้ฟรีๆ ที่ iTheme

7

iManager เป็นการจัดการพื้นที่ต่างๆ ภายในเครื่องให้ลื่นไหลขึ้น ด้วยการล้างข้อมูลขยะต่างๆ ในตัวเครื่อง หรือตั้งค่าการรับส่งข้อมูล รายละเอียดของข้อมูล รวมไปถึงการตั้งค่าเกี่ยวกับการใช้บริการเครือข่ายด้วย

เครื่องมือการใช้งานมีมาให้ครบครัน เริ่มต้นที่สมุดโน้ต ที่สามารถ วาด เขียน และพิมพ์ได้ตามสะดวก

เครื่องคิดเลข ตัวเลขใหญ่กดสะดวกสบาย

เครื่องบันทึกเสียง และเข็มทิศ

วิทยุ FM และ WPS Office สำหรับเปิดอ่านหรือแก้ไขไฟล์เอกสารต่างๆ

5

ปฏิทินมีแสดงเหตุการณ์สำคัญๆ เอาไว้ด้วย

25

นาฬิกาปลุก และตัวจัดการไฟล์ภายในตัวเครื่อง

V-Appstore และ Play Store สำหรับดาวน์โหลดแอปฯ ต่างๆ

แอปฯ EasyShare สำหรับรับส่งข้อมูล ไฟล์ โอนข้อมูลต่างๆ

vivo Cloud เราสามารถสำรองข้อมูล ผู้ติดต่อ ข้อความ และบุ๊คมาร์ก โดยข้อมูลต่างๆ จะถูกเก็บรักษาไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ส่วนกลาง เมื่อทำการเปลี่ยนสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ในครั้งต่อไป แค่ทำการล็อกอินข้อมูลก็จะยังคงอยู่เหมือนเดิมทุกประการ และมีแอปฯ Lazada มาให้ช้อปปิ้งด้วย

ศูนย์รวมแอปฯ Google มีให้เลือกใช้งานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแผนที่ หรือยูทูป เป็นต้น ขณะที่เว็บเบราว์เซอร์ค้นหาได้รวดเร็ว

เมื่อกดไปที่ปุ่ม Recent Apps จะขึ้นหน้าแอปฯ ที่ใช้งานไปแล้วทั้งหมด สามารถเคลียร์แอปฯ ได้อย่างรวดเร็วด้วยการกดไปที่กากบาท

เมื่อสไลด์หน้าจอด้านบนลงจะพบกับรายการแจ้งเตือนต่างๆ และหากกดค้างไปที่ปุ่มพาวเวอร์ข้างตัวเครื่องจะปรากฏเมนูรีสตาร์ท และปิดการใช้งานตัวเครื่อง

ffScreenshot_25601002_222627 ffScreenshot_25601002_222632 ffScreenshot_25601002_222653

ตอบโจทย์การรับชมคอนเท้นท์ต่างๆ แบบไร้ขีดจำกัดด้วยหน้าจอ FullView Display ขนาดกว้าง 5.99 นิ้ว บนความละเอียดจอ 1440×720 พิกเซล ให้มุมมองที่กว้างขึ้น ไม่ว่าจะดูหนัง เล่นเกม หรืออ่านไฟล์เอกสารต่างๆ โดยเราสามารถปรับขนาดหน้าจอได้ตามสะดวก 3 ระดับ ได้แก่ แบบเต็มหน้าจอ, คร็อปภาพให้เต็มหน้าจอ และแบบเต็มจอ ด้านระบบเสียง Hi-Fi ชิปเซ็ต AK4376A เสียงดังคมสะใจ

โหมดการใช้งานของกล้องถ่ายภาพ

หน้า_1

โหมดการใช้งานกล้องหน้าของ vivo V7+ ประกอบไปด้วย โหมดถ่ายเซลฟี่กรุ๊ปช็อต, โหมด Face Beauty 7.0 ปรับผิวนวล โทนสีผิว ปรับผิวขาว, โหมดถ่ายภาพปกติ และโหมดถ่ายวิดีโอ มาเริ่มกันที่โหมดถ่ายเซลฟี่กรุ๊ปช็อต หรือถ่ายเซลฟี่แบบกลุ่ม ส่วนนี้จะคล้ายๆ กับถ่ายภาพพาโนรามา สามารถเก็บภาพได้ในแนวที่กว้างขึ้น เซลฟี่ได้ทั่วถึงแบบไม่ตกเฟรม และสามารถเปิดใช้งาน Selfie Softlight flash ได้ด้วย

หน้า_2

โหมด Face Beauty 7.0 หรือปรับแต่งผิวเนียนสวยทันใจ มีให้ปรับค่าผิวเนียน, โทนสีผิว และปรับค่าผิวขาว พร้อมรองรับการใช้งาน Selfie Softlight flash, HDR, Portrait Mode หรือโหมดถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลอ และตั้งค่าการใช้งานกล้องต่างๆ

หน้า_4

โหมดถ่ายภาพปกติ สามารถเปิดใช้งานภาพถ่ายไดนามิคเก็บรายละเอียดแสงได้ดี พร้อมมี Selfie Softlight flash ปรับความนวลให้ใบหน้าขณะแสงน้อย

หน้า_6

โหมดถ่ายวิดีโอกล้องหน้าเซลฟี่ของ vivo V7+ รองรับการบันทึกวิดีโอที่ระดับ 480p, 720p (HD) และ 1080p (Full HD) และสามารถเปิดใช้งาน Selfie Softlight flash ระหว่างถ่ายวิดีโอได้ด้วย

หลัง_1

ตามมาด้วยโหมดการใช้งานกล้องหลังของ vivo V7+ ประกอบไปด้วย โหมดถ่ายภาพพาโนรามา, โหมด Face Beauty 7.0, โหมดถ่ายภาพปกติ และโหมดถ่ายวิดีโอ เริ่มกันที่โหมดถ่ายภาพพาโนรามา เก็บภาพได้ในแนวกว้างแบบรอบทิศทาง

หลัง_2

โหมด Face Beauty 7.0 มีให้ปรับค่าผิวเนียน, โทนสีผิว และปรับค่าผิวขาว เหมือนกับกล้องหน้า

หลัง_5

โหมดถ่ายภาพปกติ เก็บภาพถ่ายไดนามิค, เปิดใช้งานแฟลชกล้องหลัง, เปิดใช้งาน HDR, ปรับฟิลเตอร์สี และโหมดถ่ายภาพพิเศษ

หลัง_7

ได้แก่ โหมด Untra HD ทำให้ได้ภาพความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล, โหมด PTT แก้ไขไฟล์ภาพอัตโนมัติ, โหมดถ่ายภาพมืออาชีพปรับตั้งค่าการใช้งานกล้องในส่วนต่างๆ ได้เองตามสะดวก, โหมดถ่ายภาพเคลื่อนไหวช้า และภาพเร็วต่อเนื่องความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD

หลัง_10

โหมดถ่ายวิดีโอกล้องหลังของ vivo V7+ รองรับการบันทึกวิดีโอที่ระดับ 480p, 720p (HD) และ 1080p (Full HD) และสามารถเปิดใช้งาน LED flash ระหว่างถ่ายวิดีโอได้เหมือนกับกล้องหน้า

หลัง_8

ท้ายสุดปรับฟิลเตอร์สีต่างๆ มีมาให้เลือกใช้แบบหลากหลาย

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหลังจาก vivo V7+

ffIMG_25601003_131204 ffIMG_25601003_132752 ffIMG_25601003_132619 ffIMG_25601002_192616 IMG_25600928_125824 IMG_25600929_124709 IMG_25600929_124722 IMG_25601001_171908 IMG_25600928_113913 IMG_25600927_123717 IMG_25600927_123730 IMG_25600927_123912 IMG_25600927_123359 ffIMG_25601003_192127 ffIMG_25601003_192152 IMG_25600927_121543 ffIMG_25601003_192051

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหน้าจาก vivo V7+

IMG_25601001_212402

สำหรับกล้องหน้าของ vivo V7+ มาพร้อมความละเอียด 24 ล้านพิกเซล ถือว่าสูงมากเลยทีเดียว พร้อมมีค่ารูรับแสงกว้าง f/2.0 และ Selfie Softlight flash แสงไฟแฟลชขนาดย่อมๆ ช่วยให้ใบหน้าสว่างแม้ถ่ายในที่แสงน้อย พร้อมโหมด Face Beauty 7.0 ช่วยปรับผิวหน้าเนียนใสเอาใจสายเซลฟี่ จากภาพตัวอย่างปรับค่าผิวเนียน ผิวขาว และโทนสีผิวอยู่ในระดับต้นๆ พร้อมเปิดใช้งาน Selfie Softlight flash ภาพที่ได้ถือว่ามีความคมชัดเลยทีเดียว เห็นรายละเอียดเส้นผมได้ดี

IMG_25601001_211735

นอกจากนี้ยังรองรับ Portrait Mode หรือโหมดถ่ายภาพบุคคลหน้าชัดหลังเบลอ ที่ทำออกมาได้เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น โดยการเปิดใช้งาน Portrait Mode จะไม่สามารถปรับระดับได้ แต่ยังถือว่าฉากหลังที่เบลอนั้นทำให้ใบหน้าดูโดดเด่นขึ้น และยังคงความละเอียดของใบหน้าได้เป็นอย่างดี เอาเป็นว่ากล้องหน้าของ vivo V7+ กล้องสวยคมชัด มีโหมดบิวตี้ถูกใจสาวๆ ทั้งยังมี Selfie Softlight flash ใช้งานได้ดีในที่แสงน้อย แถมระบบโฟกัสภาพยังทำงานได้ว่องไวอีกด้วย

DSCF6908

จุดเด่น

– หน้าจอ IPS ขนาด 5.99 นิ้ว อัตราส่วน 18:9 จอกว้างเต็มตา ดูหนังหรือเล่นเกมได้แบบเต็มอรรถรส
– หน้าจอความละเอียด HD+ หรือ 1440×720 พิกเซล คมชัดดี
– ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 3.2 บนพื้นฐาน Android 7.1 Nougat
– ซีพียู Snapdragon 450 แบบ Octa-Core ทำงานได้ลื่นไหล ไม่มีสะดุด
– หน่วยความจำ RAM ขนาด 4GB ความจุ 64GB รองรับ microSD Card สูงสุด 256GB
– ระบบเสียง Hi-Fi ชิปเซ็ต AK4376A เสียงคมชัดดี น้ำเสียงไพเราะ
– รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด แบบ Triple Slot (SIM + SIM + microSD Card)
– กล้องหลังความละเอียด 16MP พร้อม LED flash มีโหมด Portrait Bokeh, โหมดถ่ายภาพ Ultra HD สูงถึง 64 ล้านพิกเซล , Face Beauty และ Group Selfie
– กล้องหน้าความละเอียดสูง 24MP รูรับแสง f/2.0 พร้อม Selfie Softlight flash ถ่ายได้ดีในที่แสงน้อย และมี Face Beauty 7.0 ปรับผิวขาวเนียนทันใจ
– แบตเตอรี่ความจุ 3225 mAh ใช้งานได้นาน เพียงพอในแต่ละวัน
– ตัวเครื่องดีไซน์เรียบง่าย น้ำหนักเบา พกพาสะดวก จับถนัดมือ
– มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และระบบจดจำใบหน้า
– ราคาเข้าถึงได้ง่าย ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับผู้ใช้งานสายเซลฟี่ หรือผู้ชื่นชอบถ่ายภาพ
– มีระบบการจัดการ Smart Engine จัดสรรการใช้พลังงาน
– Smart Split 3.0 ใช้แอปพลิเคชั่นหลายแอพฯ ได้พร้อมกันในหน้าจอเดียว
– App Clone สามารถเข้าใช้งานแอปพลิเคชันด้วยบัญชี 2 บัญชีพร้อมกัน
– มีระบบจดจำใบหน้า ใช้สำหรับปลดล็อกเครื่องได้อย่างรวดเร็ว ง่าย และสะดวกสบาย

DSCF6876

ข้อสังเกต

– ไม่รองรับเทคโนโลยี NFC
– ไม่รองรับ Fast Charging
– หน้าจอยังไม่ใช่ Full HD
– สแกนลายนิ้วมือย้ายไปอยู่ด้านหลังดูแปลกตาเล็กน้อย
– สำหรับระบบจดจำใบหน้าทำงานได้ดี แต่บางครั้งยังดูงงๆ สแกนไม่ติดบ้าง

ตัวเลือกอื่นในระดับราคาใกล้เคียงกัน

Huawei nova 2i
Moto G5s Plus
– Nubia Z11
– OPPO R9s Pro
– Samsung Galaxy J7 Pro (2017)
– Sony Xperia XA1 Ultra 
 Asus ZenFone 4 Selfie
– vivo V5s
– Xiaomi Mi 6 (ความจุ 64GB)

ขอขอบคุณ บริษัท วีโว่ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด

แสดงความคิดเห็น